PS-Thai ข่าวสารด่วน อ่านได้ที่นี่ ครับ !!!!! เริ่มจาก การปรับปรุงเพิ่มเติมโฉมใหม่ของเว็บไซต์ ให้เพื่อนช่างได้ ค้นหาข้อมูลต่างๆ ได้อย่างง่ายดายมากยิ่งขึ้นขอขอบคุณเพื่อนช่างทุกท่านมากๆๆที่มีการเข้ามาใน เวป เรามากขึ้น ในปี 2551 นี้เราจะเพิ่มข้อมูลให้มากขึ้นครับ g

 
Name:
Password:



www PS-Thai.com

 
 
ระบบสัญญาณภาพที่ช่างควรรู้
ในระบบการปล่อยภาพในระบบ DVD จะต้องมีลูกเล่นในการใช้งานอยู่ในระบบหนึ่ง ปกติทั่วๆไป เราจะคุ้นเคยเกี่ยวกับระบบสัญญาณภาพธรรมดาที่เราใช้งานกันทั่วๆไป แต่เมื่อได้มีการพัฒนา ในระบบใหม่ขึ้นมา เราเป็นช่าง ก็ต้องควรรู้ ให้มากไม่เช่นนั้นจะขี้โม้ไม่ได้งานนี้ไม่ได้โม้แบบ สมรักษ์ คำสิงห์ แต่จะโม้เหมือน อ.ปรีชา เจ้าของฉายาไอ้แมงโม้(เพื่อนต่างเว็ปเขาตั้งให้)อย่างว่าแหละคนรู้มากเลยกลายเป็นคนขี้โม้….เป็นเรื่อง ปกติ

มาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าผมจะทำการเรียงลำดับของระบบสัญญาณภาพที่ใช้อยู่ปัจจุบันที่มีอยู่ในท้องตลาด เพื่อนๆก็ พิจารณาดูเอาส่วนไหนเราไม่เข้าใจเราก็เน้นๆ

1. สัญญาณทาง RF


เป็นสัญญาณภาพที่จัดว่าอยู่ในระดับต่ำสุดเพราะว่าจะนำสัญญาณ VDO ไปแปลงเป็น RF กระจายในอากาศ หรือตามสายไฟแล้วเข้าสู่เครื่องรับ TV เครื่องเก่า แปลงกลับจาก RFเป็น VDO อีกครั้งแล้วค่อยไปแยกสัญญาณ YC แล้วส่งเข้าสู่หลอดภาพต่อไป

2. สัญญาณทางVDO


เป็นสัญญาณภาพที่แพร่หลายที่สุดในปัจจุบันเรียกว่าเป็นสัญญาณถึงลูกถึงคนเลยทีเดียว ทุกเครื่องส่วนใหญ่จะต้องมีสัญญาณตัวนี้การต่อใช้งานก็จะใช้สาย RCA ต่อเข้ากับเครื่องรับทีวี ที่มี AV ทีวีรุ่นใหม่ไม่มี AV ขายไม่ออกหรอกครับ เพราะการต่อแบบ AV ไม่จำเป็นต้องจูนช่องเลย ส่วนระดับภาพก็เหมือนกับที่ท่านๆเห็น ก็ถือว่าใช้ได้ ถ้ากิเลสไม่หนา หรืออยากได้อย่างเกินไป ก็คงไม่มีปัญหา ใช้ๆไปเหอะประหยัดดี

3. สัญญาณทาง S-VIEDO


เป็นสัญญาณภาพที่มีการแยกเฉด สีกับสัญญาณขาวดำ(Y) ออกจากกัน เพื่อต้องการให้ระบบสัญญาณภาพมีการเปลี่ยนแปลงน้อยที่สุดจุมุ่งหมายอยากจะให้ระดับแฉดสีหรือองศาเควิ้นของระดับสี ให้ดีที่สุด การต่อตรงนี้จะต้องใช้กับทีวี รุ่นที่มีที่เสียบเป็น S-VIDEO ภาพที่เห็นระหว่างเทากับดำจะเริ่มเห็นชัดเจนขึ้น

4. สัญญาณภาพทางคอมโปรแน้น(Component Video Output)

สัญญาณตัวนี้จะปล่อยสัญญาณภาพออกมา 3 เส้น ได้แก่ Cr Cb Y ซึ่งสัญญาณตัวนี้จะทำการส่งสัญญาณ เข้าสู่ระบบแผง RGB ได้โดยตรงสามารถทำให้ระบบเฉดสีสมบูรณ์แบบมายิ่งขึ้น แต่การทำงานยังไม่สามารถละเอียดพออันเนื่องจากความถี่ของระบบทีวี จะมีอัตราคือระบบ 100 Hz เท่านั้นเองภาพที่ออกมาก็จะดูดีระดับหนึ่ง ในทีวีปัจจุบัน จะมีการโฆษณา ของระบบทีวีว่ารองรับ ระบบ DVD ภายใต้ชื่อ DVD READY

5. สัญญาณระบบProgressive Scan DVD

เป็นระบบที่ทุกช่างต้องเรียนรู้อาจเป็นระบบใหม่สำหรับเรา แต่ถ้าไม่ศึกษา การทำงานของ Progressive Scan จะมีการควบคุมความถี่คงที่เราจะต้องมาศึกษาความถี่กันก่อนตามตารางดังนี้

FORMAT
PAL 50 Hz
NTSC 60 Hz
PAL 100 Hz
NTSC 120 Hz
Lineoubling 31.25Khz 31.5 kHz 62.5kHz 53kHz
Linetripling 47kHz 47.3 kHz 94 Khz 94.5kHz
Linequadrupling 62.5 kHz 64kHz 125 kHz 126 kHz
800 X 600 31.25kHz 37.5kHz 62.5kHz 75 kHz
1024 X 768 40.3 kHz 48.3 kHz 81 Khz n.a.
1280 X 1024 53 Khz 63.55 n.a. n.a.
1280 X 720 39.4 kHz 47.3 kHz 78.8 kHz 94.5 Khz
852 X 480 n.a. 31.5 Khz n.a. 63 kHz

เมื่อเห็นจากตารางเราจะเห็นปัจจัยอยู่ 2 อย่าง ก็คือระบบ PAL และระบบNTSC สิ่งที่คุ้นหูของเรามากที่สุด ก็คือระบบ 100 HZ จะเห็นว่าระบบนี้จะเป็นของระบบ PAL แต่ถ้าเป็นของ NTSCจะได้ถึง 120 Hz เลยทีเดียวปัญหาของการเล่นในระบบภาพก็คือแผ่น DVD ต้นแบบส่วนใหญ่มากจากต่างประเทศ จึงทำให้เป็นระบบ NTSC ซะส่วนใหญ่แต่ทีวีบ้านเรากับกลายเป็นระบบ PAL จึงก่อให้เกิดปัญหา เรื่องของระบบภาพไม่ได้ ระบบ Progressive จงเป็นระบบใหม่ถอดด้ามทั้งเครื่อง DVD และเครื่องรับทีวี

ถ้าเป็นเครื่องรับทีวี มีระบบ PROGRESSIVE SCAN ในคัว เครื่องเล่น DVD ก็ไม่จำเป็นต้องมีระบบ PROGRESSIVE เช่นทีวีพานาโซนิค T GIGA เมื่อเอาสัญญาณ VDO อะไรป้อนเข้าไปเครื่องก็สามาร ทำเป็นระบบ PROGRESSIVE SCAN ได้

ถ้าเครื่อง DVD ที่มีระบบPROGRESSIVE อยู่ในตัวเป็นแบบธรรมดาจะมีระบบFLIM MODE (3:2 Pulldow และ 2:2 Pullup )

ระบบ VGA ที่ให้ระบบภาพแบบPROGRESSIVE ให้ความละเอียด 640*480

ความหมายของระบบ

  • ระบบ NTSC Film Mode 3:2 Pulldownสามารถทำให้เครื่องเล่นแผ่น DVD และแผ่น VCDที่ถ่ายจาก FLIM 24 เฟรม/วินาที
  • ระบบ PAL FLIM MODE 2:2 Pulldown สามารถเล่นแผ่น DVDและ VCD ที่ถ่ายจาก Film 25 เฟรม ต่อวินาที

    การทำงานของระบบ PROGRESSIVE ปกติจะมีข่อง VGA สำหรับต่อมอนิเคอร์สำหรับจุดนี้ก็จะเป็นการปล่อยสัญญาณ ที่มีระบบความถี่ 640 X 480 เท่านั้นเองแต่เชื่อหรือไม่ว่าความถี่ที่ใช้งานก็จะสูงถึง 31.25 kHz เลยทีเดียว ระบบเดิมๆเราเรียกว่า 480 P

    ระบบ PROGREESIVE ที่สูงสุดในปัจจุบันจะราคาสูงมากซึ่งตัวนี้ ทางเครื่อง DVD จะต้องพัฒนาความละเอียดให้สูง เพื่อป้อนเข้าสู่โปรเจคเตอร์ เมื่อขยายใหญ่แล้ว ภาพจะต้องสวยงามดุจดังตันฉบับ การทำงานสูงสุดของระบบ PROGRESSIVE จะต้องเป็นแบบ (NON อินเทอร์เลด) ทีมี อัตราการแสนสูงสุด 1080 I และ 720 P ซึ่งถือว่าสามารแสนความถี่ เพิ่มเส้นภาพขึ้นมา 2 เท่าตัวเป็น 1250 เส้น ทำให้ภาพคมชัด ถึงที่สุดแต่ต้องขอบอกเรื่องราคาว่าเครื่องเหล่านี้จะอยู่ระดับแสนกว่าบาทเลยีทีเดียวในขณะนี้…….สักวันหนึ่ง ราคาก็คงลดมาให้เราสามมารรถเล่นได้ ถึงวันนั้นเราคงไม่แก่เกินไปนะครับ

การแสดงภาพบนหน้าจอที่มีรูปแบบต่างๆ เราควรรู้ไว้มีดังนี้

1. FULL FRAME หมายถึงการแสดงภาพเต็มเฟรม อันเกิดจากต้นฉบับในการถ่ายทำโดยของ เขตโซนเรา จะใช้เป็น อัตราส่วน 4 ต่อ 3 เพื่อเป็นข้อกำหนดให้สอดคล้องกับทีวี
2. PS (PAN&SCAN)เป็นการขยายภาพออกด้านข้าง ของระบบ 16ต่อ 9 ของต่าง ประเทศให้มาเป็น 4ต่อ3 ซึ่งภาพด้านข้างจะหายไป
3. แบบ(Letterbox)จะเป็นการนำสัญญาณภาพ 4 ต่อ 3 มาทำเป็นแบบจอกว้าง 16 ต่อ 9 ผลจะทำให้ ภาพเกิดอาการยาวแบน เหมือนซองจดหมาย
4. แบบจอกว้าง WISCREEN เป็นการเสนอภาพของระบบต่างประเทศต้นฉบับ ฉายออกมาให้เหมือนกับระบบ16 ต่อ 9 โดยใช้ทีวีที่เป็นแบบ 4ต่อ 3 แน่นอนความถี่ของเส้นภาพก็จะหายไปด้วยเป็นอันว่าใข้งานระบบไหนก็ดูระบบนั้นให้ดี

จากสิ่งที่ผมกล่าวมาหวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับช่าง ไม่มากก็น้อยเลยทีเดียวเมื่อศึกษาให้เข้า ใจ ก็จะทำให้เราแก้ปัญหาได้มากยิ่งขึ้น



 
พื้นที่นี้มีไว้สำหรับแลกลิงค์ครับ
© 2005 PS-Thai.com. All rights reserved.