|
ที่มาของระบบ ดีวีดี

เป็นผลพวงของการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของการสื่อข้อมูลภาพและเสียงที่ใช้เทคโนโลยีทางแสงเลเซอร์ หรือ OPTICAL DISC โดยมีจุดมุ่งหมายของการพัฒนาเป็นสื่อเพื่อการบันเทิงเกี่ยวกับภาพและ เสียงซึ่งเราเรียกกันว่า DVD-VIDEO โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทได้แก่ DVD-VIDEOเพื่อใช้ความบันเทิงภายในครอบครัว กัน DVD-ROM ซึ่งอยู่ในรูปของมัลติมีเดีย (MULTI MEDIA) ของคอมพิวเตอร์ส่วนบุคลซึ่งได้พัฒนาเป็น DVD-R และ DVD-RW ต่อมา จากความร่วมมือ และพัฒนาร่วมกันระหว่างบริษัท ฟิลลิปส์ แห่งNaterland และบริษัท SONY ผลิตเครื่องเล่นเลเซอร์ดิสก์
 |
ภาพแสดงกล่องบรรจุDVDที่มีความแข็งแรงซึ่งปัจจุบันก็ราคาไม่แพง หาซื้อได้ง่ายสำหรับประเทศเราโซน 3 |
โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทดแทนแผ่นเสียงและเทปซึ่งมีข้อบกพร่องอยู่หลายประการไม่ว่า จะเป็นด้านคุณภาพของเสียงที่ไม่คงทนรวมทั้งอายุการใช้งานของเครื่องเล่น เริ่มผลิตและวางจำหน่าย ครั้งแรกปี 1980หลังจากนั้นอีก 2 ปี จึงพัฒนาเป็นเครื่องเล่นคอมแพคดิสก์ คุณภาพ ด้านเสียงมีพื้นฐานเท่ากับใช้ระบบ PCM 2 แชนแนล ( DIGITAL SOUND ) ในปี 1985 บริษัท SONY และ PHILIPS ได้เริ่มผลิตและวางจำหน่าย DC-ROM เป็นเทคโนโลยี่ใหม่ เป็นแผ่นซอฟต์แวร์ บันทึกข้อมูลดิจิตอล ภาพนิ่งต่างๆ กราฟฟิก อักษร เสียงในระบบดิจิตอลใกล้เคียงคอมแพคดิกส์ อยู่ในรูปสารานุกรมอิเล็คทรอนิกส์ ซึ่งมีตัวอักษรบรรยายพร้อมคำอธิบายเรียกว่าสิ่งพิมพ์ อิเล็คทรอนิกส์และพัฒนามาเป็นเกมส์อิเล็คทรอนิกส์ ภายหลังซึ่งอยู่ในรูป CD-ROM
( COMPACT DISC READ ONLY MEMORY) จะนำเข้าไปอยู่ในกลุ่มของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคล โดยครอบคลุมกลุ่มผู้ บริโภคระดับสูงและระดับกลางในปัจจุบัน ซึ่งทั้งหมดนี้แล้วการพัฒนาเกี่ยวข้อมูลแสง เพื่องาน 3ด้าน ด้วยกันได้แก่
1. เพื่อความบันเทิงเสียงอย่างเดียว
2. เพื่อความบันเทิงด้านภาพพร้อมเสียง
3. ใช้เป็นหน่วยบันทึกความจำข้อมูลดิจิตอลสำหรับคอมพิวเตอร์
 |
ลักษณะแผ่นDVDของจริงที่มีลักษณะเท่ากัน กับแผ่นVCDและได้รับความนิยมสูง |
ความพยามในการพัฒนาการบันทึกภาพอะนาลอกพร้อมกับระบบเสียงในรูปของสัญญานดิจิตอลครั้งแรกในปี ค.ศ1987 โดยบริษัท ฟิลลิปส์ โดยใช้คำว่าผ่าศุนย์กลาง 12 ซม. ซึ่งแบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วนได้แก่ ครึ่งนอกบันทึกภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงระบบดิจิตอลลงไปเป็นเวลา 2 นาที ซึ่งถือเป็นมาตรฐานของ CDV ในปี ค.ศ. 1988 หลังจากที่CDV ออกวางจำหน่าย บริษัท SONY และ PHILIPS ได้ผลิต CD-I (COMPACT DISC INTERACTIVE ) คุณสมบัติหลังคือเป็นสื่อความสำเร็จรูป ตัวอักษร กราฟฟิก ภาพนิ่งต่างๆ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อการศึกษาต่างๆ เช่น สารานุกรม กีฬาความรู้สำหรับเด็ก โดยมีความสามารถบรรจุภาพนิ่ง ได้สูงสุด 20000 ภาพ
หลังจากนั้นอีก 1 ปี บริษัท SONY บริษัท PHILIPS และบริษัท MATSUSHITA ได้พัฒนารูปแบบ
และปรับปรุง CD-I ให้ มีความสามารถเล่นภาพจริงเคลื่อนไหวได้สูงสุด 65 นาทีโดยใช้เทคโนโลยีการบีบ อัดข้อมูลภาพดิจิตอล แบบ DCT (DISCRETE COSINETRANSFORM)ซึ่งจะได้คุณภาพใกล้เคียง ระหว่างเทป VHS และ S-VHS ระบบเสียงอยู่ในระดับปานกลาง
ในปีค.ศ.1991 บริษัท PHILIPS ได้ปรับปรุงและพัฒนาเทคโนโลยีของเคลื่อนเล่น CD-1 ในรูปแบบเช่น
- พัฒนาเครื่องเล่น CD-I ที่สามารถเล่นภาพเคลื่อนไหวได้ภาพแบบเต็มจอโดนแผ่นจะมีการบันทึกภาพดิจิตอลที่มี ALGORITHM ระบบบีบอัดข้อมูลแบบ DCT เรียกแผ่นว่า CD-I VIDEO
- พัฒนาเครื่องเล่น CD-I ให้สามารถเล่นกับ PHOTO-CDได้
- พัฒนาเครื่องเล่น CD-I ให้สามารถเล่นกับแผ่นCD-GRAPHIC ได้
พัฒนาแผ่น CD-I ให้สามารถนำไปใช้เล่นกับเครื่องเล่น CD เสียงได้โดยจะได้ยินแค่เสียงที่บันทึกไว้เท่านั้นแต่เมื่อนำแผ่นนี้ไปเล่นกับเครื่องเล่น CD-I READY จะได้ยินทั้งเสียงและภาพพร้อมกัน
ตารางข้อมูลการพัฒนาเกี่ยวกับเทคโนโลยีแสงเลเซอร์
|
ชื่อย่อ |
ชื่อเต็ม |
ขนาดแผ่น |
ข้อมูลบันทึก |
| LD/LV |
LASER VISION DISC |
20-30 ซม. |
ภาพระบบอะนาลอกFMระบบเสียงอะนาลอก FM2 แชนแนล(Stereo)หรือเสียงดิจิตอลPCM2 CH (DIGITAL SOUND ) ใช้กับเครื่องเล่นสำหรับบ้าน |
| CD |
COMPACT DISC |
8,12 ซม. |
ให้ระบบเสียงดิจิตอล |
| CD-Rom |
COMPACT DISC READ ONLY MEMORY |
8,12 ซม. |
พื้นฐานPCM 2 แชนแนล
เป็นข้อมูลดิจิตอล, ภาพนิ่ง,กราฟฟิก,ตัวอักษร,เสียงดิจิตอล PCM ในรูปแบบสารานุกรมโปรแกรมซอฟต์แวร์สิ่งพิมพ์อิเล็คทรอนิกส์ต่างๆเกมส์ใช้ร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคลซึ่งจะต้องมีเครื่องเล่นบรรจุภายในหรือแยกต่างหาก(CD-ROMDRIVE)
|
| CD-VIDEO |
COMPACT DISC VIDEO
|
12ซม. |
ภาพอะนาลอก FMพร้อมระบบดิจิตอลOCM5 นาที |
| CD-G |
COMPACT DISC GRAPHIC |
8,12ซม. |
กับเสียงดิจิตอล 20นาทีใช้เล่นกับเครื่องมัลติเซอร์ดิกส์
เป็นแผ่นCD-DAที่มีการเข้ารหัสตัวอักษร,กราฟฟิก,ภาพนิ่ง,บันทึกลงไป ในส่วนรหัสย่อยใช้กับเครื่องเล่น |
| CD-I |
COMPACT DISC INTERACTIVE BRIEDGE
|
12 ซม. |
CD ที่มีภาพถอดรหัสกราฟฟิค ภาพนิ่งกราฟฟิคต่างๆตัวอัษรเสียงดิจิตอล AD PCM ในรูปแบบสารานุกรมสิ่งพิมพ์อิเล็คทรอนิกส์, เกมส์มใช้เล่นเฉพาะเครื่องเล่น CD-I |
| CD-ROM XA |
COMPACT DISC READ ONLY MEMORY EXTENDED |
12ซม. |
ภาพนิ่งกราฟฟิก,ภาพเคลื่อนไหว, ตัวอักษร,เสียงดิจิตอล AD PCM ใช้เป็นโปรแกรมซอฟแวร์,สารานุกรมสิ่งพิมพ์อิเล็คทรอนิกส์,เกมส์,ใช้ได้เฉพาะเครื่องเล่น CD-ROM XA DRIVE |
| CD-READY |
COMPACT DISC INTERACTIVE READY |
12ซม. |
|
| CD-BRIDGE |
COMPACT DISC INTERACTIVE BRIEDGE |
12ซม. |
เป็นเทคโนโลยีผสมระหว่างCD-DA กับCD-I บันทึกด้วยตัวอักษร,กราฟฟิก,ภาพนิ่ง เสียง สามารถใช้กับเครื่องเล่น CD-DA โดยใด้ยินเฉพาะเสียง หากใช้กับเครื่องเล่น CD-I จะได้ยินทั้งเสียงและภาพนิ่ง,ตัวอักษร ปรากฏที่จอโทรทัศน์ที่ต่ออยู่
บันทึกข้อมูลเช่นเดียวกับCD-Iสามารถใช้ได้กับเครื่องเล่นCD-IและCD-ROM XA DRIVE |
| CD-I VIDEO |
COMPACT DISCINTERACTIVE VIDEO |
12ซม. |
| VCD |
VIEDO COMPACT DISC |
12ซม. |
| MMCD |
MULTI MEDIA COMPACT DIS |
12ซม. |
บันทึกภาพและเสียงดิจิตอล AD PCM กราฟฟิก,ตัวอักษร,ภาพนิ่งเล่นกับ เครื่องเล่น CD-Iที่มีตลับ FMV (Full MOTION VIDEO) ภาพเลื่อนไหวอะนาลอกพร้อมเสียงเล่นได้เฉพาะเครื่องเล่นVIDEOCDเล่นแผ่น VCD
คุณสมบัติเหมือนกับVIDEO CD แต่มีความชัดเจนสูงกว่าเล่นได้เฉพาะเครื่องที่มีการโปรแกรมมาปัจจุบันเรียกว่า SVCD
|
| MP3 |
MPEG LAYER 3 |
12ซม. |
คุณสมบัติใช้บันทึกข้อมูลด้านมีการเข้ารหัสในการบันทึกขอมูลสูงเพื่อคุณสมบัติเก็บบันทึกเพลง100กว่าเพลงขึ้นไปคุณภาพเสียงเทียบเท่าCD ธรรมดา PCM 2แชนแนล เล่นได้เฉพาะเครื่องที่มีการโปรแกรมข้อมูลมาหากมีภาพประกอบเรียกว่าMP3-OKO |
| DVD |
DIGITAL VERSSATILE DISC |
12ซม. |
มี2รูปแบบได้แก่ DVD-VIDEOบันทึกภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงนาน133นาทีต่อชั้น ข้อมูลแลพDVD-ROM DRIVE ใช้ร่วมกับคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล |
จากการพัฒนาของบริษัทฟิลลิปส์ ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีที่จะลดขนาดแผ่น LD จากแผ่น 30 ซม. ให้เหลือ 12ซม. เล็กเท่าแผ่น CD แต่ยังใช้เทคโนโลยีเดิมของ LD โดยได้บันทึกภาพอะนาลอก FM พร้อมเสียงดิจิตอล EFM ลงไปส่วนหนึ่งนอกของแผ่น CD ในครึ่งในแผ่นจะบันทึกเฉพาะเสียงดิจิตอล EFM ลงไปเป็นเวลา20 นาทีเรียกแผ่นนี้ว่า COMPACT DISC VIDEOหรือCDV
 |
มุมหนึ่งของช่างในการซ่อมเครื่องเล่นDVD และการค้นหาของPSอิเล็คทรอนิกส์ |
ต้นแบบของฟิลลิปส์เมื่อวางจำหน่ายในปี 1988 จึงเกิดปัญหาเนื่องจาก บันทึกภาพ 5 นาทีเท่านั้น แต่แผ่นดิกส์จะต้องหมุนให้ได้ 10 เมตรต่อวินาที ต่างกับแผ่นCD ทั่วไปที่ใช้ความเร็ว 1.2 เมตรต่อวินาที ฉะนั้นเมื่อเล่นกับภาพจึงเกิดการสูญเสียเนื้อที่ของข้อมูลความยาวของเส้นแทร๊กในแผ่น CD (เส้นแทร๊กข้อมูลในแผ่น CD มีความยาวประมาณ 5กิโลเมตร) การอ่านภาพใน 5 นาทีจะสูญเสียข้อมูลแทร๊กประมาณ 3กิโลเมตร
จากปัญหาบริษัท PHILIPS ได้พบจึงเกิดความพยามยามคิดแก้ด้วยการเปลี่ยนแปลงรูปสัญญานเคลื่อนไหวให้เป็นสัญญาณภาพดิจิตอล โดยให้จัดตั้งองค์กรกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ ด้านภาพเคลื่อนไหว เพื่อที่จะคิดค้นกรรมวิธีในการบีบอัดข้อมูลภาพดิจิตอลให้สามารถบันทึก ลงในแผ่น CD และใช้อัตราความเร็ว1.2เมตร/วินาที เพื่อให้แผ่น CD สามารถเล่นได้นานขึ้น เรียกองค์กรกลุ่มนี้ว่า
.
MOVING PICTURE EXPERTS GROUP หรือมาตรฐานการเข้ารหัส MPEG
จากนั้นในปี1993 บริษัท PHILIPS บริษัท JVC ได้พัฒนาเทคโนโลยี CD-ROMกับCD-I มาเป็น CD-ROM XA เป็น เทคโนโลยีในภาพจริงเคลื่อนไหวเต็มจอ โดยมีความชัดเทียบเท่า เทป VHS บรรจุข้อมูลในแผ่นขนาดเท่าแผ่น CD เล่นได้สูงสุด 74 นาที มีรายละเอียดขอเส้นภาพเมื่อทำสแกน 360 x 240 พิกเซล เป็รมาตรฐานการบีบอัดข้อมูลดิจิตอลตามมาตรฐานของกลุ่ม ISO ร่วมกับ IEC เรียกว่า MPEG1 (MOTION PICTURE EXPERTS GROUP) เรียกแผ่นที่บันทึกข้อมูลที่ว่า VIDEO COMPACT DISC หรือ VIDEO CD เรียกกันย่อๆว่า วีซีดี (VCD) บริษัทJVCเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า คาราโอเกะ ซีดี (KARAOKE CD)
MPEG คืออะไร
ในปี 1960 องค์กรย่อย 2 องกร ได้แก่ ISO (Internationnal Standrad Organizeation)และ IEC (Internationnal Electronic Standrad Conference) ได้ร่วมกันจัดเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านภาพเคลื่อนไหว เพื่อทำงานเกี่ยวกับด้านกำหนดมาตรฐานของเทคนิคการบีบ อัดข้อมูลดิจิคอล เรียกว่า MOVING PICTURE EXPERTS GROUP เรียกย่อกันว่า "เอ็มเพ็ค" MPEG โดยกลุ่มนี้จะมุ่งทำงานศึกษาเทคนิคการบีบอัดข้อมูลเพื่อให้สามารถบันทึกข้อมูลลงไป ในสื่อที่มีพื้นที่ความจุจำกัด ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยมีหลักการทำงานพื้นฐานที่สำคัญอยู่ 3 ประการได้แก่
1. ความสัมพันธ์ของข้อมูลร่วมทางช่องว่าง (Spatial correlation)
2. ความสัมพันธ์ของข้อมูลร่วมทางด้านเวลา (TIME correlation)
จุดเริ่มต้นของเทคโนโลยี MPEG 1
ในปี 1988 บริษัท SONY และ PHILISP ได้ร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีแผ่น CD-Iให้สามารถบันทึกข้อมูลภาพนิ่งต่างๆ กราฟฟิก ตัวอักษร และเสียงที่มี่คุณภาพเท่ากับแผ่น CD โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่องานด้านศึกษาต่างๆ สามารถบันทึกภาพดิจิตอลเคลื่อนไหวที่มีคุณภาพเกือบเทียบเท่าเทป VHS และ S-VHS คุณภาพเสียงอยู่ในระดับ โดยได้นำเอาเทคนิคการบีบ อัดข้อมูลภาพแบบมาตรฐาน MPEG 1 เรียกว่าแผ่นชนิดนี้ว่า CD-I VIDEO
สู่เทคโนโลยี วีซีดี-ดีวีดี
ในปี 1993 บริษัท PHILISP และ JVC ประสบความสำเร็จในการพัฒนาคุณสมบัติของ CD-ROM XA สามารถบันทึกภาพดิจิตอลระบบการบีบอัดข้อมูลตามมาตรฐาน MPEG ให้ภาพเหมือนจริงเคลื่อนไหวเต็มจอด้วยรายละเอียดของจุดภาพสแกน 352 x 240 พิกเซล (NTSC) เล่นได้นานสูงสุด เล่นได้นานสูงสุด 74 นาที โดยใช้เทคนิคการบีบอัดข้อมูลภาพเสียง ใช้อัตราเคลื่อนไหวที่บิดต่ำลงใกล้เคียง CD เพลงธรรมดา โดยใช้อัตราบิดของภาพดิจิตอล อยู่ที่ ประมาณ1.15 เมกะบิด/วินาที และเสียงที่224กิโลบิด/วินาที บันทึกลง CD ซึ่งมี ความยาวของเส้นแทรกอยู่ที่ประมาณ 5.3กิโลเมตร ใช้เวลาอ่านนานถึง 74 นาที
 |
IC MPEG 2 จะมีการใช้หลายยี่ห้องแต่ยี่ SUNPLUS ก็ยังได้รับความนิยมไม่น้อย เห็นขาเยอะๆแบบนี้ต้องมาดูวิธีถอด ด้วยตนเองนะครับรับรองสะใจ |
 |
เวลาซื้อแผ่นDVDไม่ว่าจะเป็นForMath 9 หรือ Formath 5 ก็ขอให้ดูการแจ้งโซนเอาไว้ก่อนเป็นดีนะครับสำหรับบ้านเราแล้ว ต้องเป็นโซน3ดังรูป |
|
ข้อกำหนดคุณลักษณะจำเพาะ |
CD |
VCD |
DVD |
| ระบบการบันทึกและอ่าน |
แสงเลเซอร์ |
แสงเลเซอร์ |
แสงเลเซอร์ |
| ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของแผ่น |
8,12 เซนติเมตร |
12 เซนติเมตร |
12 เซนติเมตร |
| โครงสร้างของแผ่น |
ชิ้นเดียว |
ชิ้นเดียว |
2 ชิ้นประกบกัน |
| ความหนาของแผ่น |
1.2 มิลลิเมตร |
1.2 มิลลิเมตร |
12.มิลลิเมตร(06x2) |
| จำนวนด้านการใช้งาน |
1 ด้าน |
1 ด้าน |
1 หรือ 2 ด้าน |
| เวลาเล่นสูงสุดต่อชั้น |
74 นาที |
74 นาที |
ชั้นที่1 133นาทีชั้นที่2133นาที |
| จำนวนชั้นข้อมูล |
1ชั้น |
1ชั้น |
1หรือ2ชั้น/ด้าน |
| ความยาวคลื่นเลเซอร์ |
780 นาโนเมตร |
780นาโนเมตร |
650/635 นาโนเมตร |
| ความกว้างของพิต |
0.5 ไมโครเมตร |
0.5 ไมโครเมตร |
0.25 ไมโครเมตร |
| ความยาวพิต |
0.9-3.3ไมโครเมตร |
0.9-3.3ไมโครเมตร |
0.4-1.87ไมโครเมตร |
ความห่างระหว่างพิตกับ
แลนด์ระยะห่างระหว่างแทร๊ก
|
0.11ไมโครเมตร |
0.11ไมโครเมตร |
0.05 ไมโครเมตร |
| ระบบการหมุนแผ่น |
1.6ไมโครเมตร
CLV1.2-1.4m/s
|
1.6 ไมโครเมตร
CLV1.2+1.4m/s
|
0.74ไมโครเมตร
CLV 4 m/s |
| ระบบการบีบอัดข้อมูลภาพที่ใช้บันทึก |
- |
Mpeg 1 |
Mpeg 2 |
| ระบบบีบอัดข้อมูลเสียง |
PCM |
MPEG LAYER 2 |
MPEG,LPCM,AC-3 |
| ระบบเสียง |
สเตอริโอ 2 CH |
สเตอริโอ 2 CH |
สเตอริโอ 2 CH ระบบเสียงรอบทิศทาง AC-3 หรือโปรโลจิกร่องเสียงสูงสุด 8 CH |
| ระบบ คำบรรยาย |
- |
ใช้เครื่องถอดรหัสต่อภายนอก |
มีระบบถอดรหัสบรรจุภายในได้ 32 ภาษา บรรยาย ภาษาพูด |
ระบบคำบรรยาย
|
- |
240
|
500 |
| รายละเอียด |
- |
352x288 |
720x480 |
|
|
|
|
สู่เทคโนโลยี ดีวีดี DIGITHL VERSATILE DISC
ข้อมูลทั่วไป DVD
| ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของแผ่น |
12เซนติเมตร |
| ความหนาของแผ่น |
1.2มิลลิเมตร, 0.6 มิลลิเมตร x2 |
| ความยาวของคลื่นแสงเลเซอร์ |
650นาโลเมตร |
| ค่าช่องแสงของเลนส์(NA) |
0.6 |
| ความยาวขอพิต(PIT) |
0.4-1.8ไมตรอน(ชิ้นเดียว)
0.44-2.05 ไมตรน (2ชิ้น) |
| ระยะห่างระหว่างแทร๊ก |
0.74 ไมตรอน |
| ระบบหารหมุน |
CLV ( Constant Linear Velocity ) |
| ระบบการมอดูเลชั่น |
8/16 |
| ข้อมูลการแก้ไขความผิดพลาด |
RS-PC (Read Solomon Product code) |
| ความจุของข้อมูลการใช้งาน |
-4.7กิกะไบต์ (ด้านเดียว 1ชั้น )
-8.5 กิกะไบต์ (ด้านเดียว 2 ชั้น)
-9.4 กิกะไบต์ (สองด้าน 1 ชั้น)
-19 กิกะไบต์ (สองด้าน 2 ชั้น) |
DVD กำเนิดมาจากการผสมผสานด้านเทคโนโลยีรวมกันระหว่าง มิลติมีเดียคอม แพคดิสก์
(MMCD) ของค่ายบริษัท PHILIPS และ SONY กับ ซุปเปอร์ ออดิโอซีดี (SACD) ของคำ TOSHIBA และค่าย TIME WARNER โดยให้ชื่อเรียกว่า DVD-VIDEO
ด้วยคุณสมบัติที่สามารถบรรจุข้อมูลซีดีธรรมดา 7เท่า ต่อด้านเดียวและชั้นเดียวของข้อมูลบันทึก โดยสามารถ เพิ่มชั้นข้อมูลได้ 2 ชั้น ข้อมูลต่อ 1ด้านและสามารถ เล่นได้ถึง 2ด้าน โดยแต่ด้านสามารถบันทึกข้อมูลได้ 2 ชั้น รวมเป็น 4ชั้น ข้อมูลต่อ 1แผ่น..สิ่งเหล่านี้เราต้องศึกษาไว้ให้มา..
|